การเล่นของเด็กๆ การเสริมสร้างจินตนาการให้กว้างไกล

พฤติกรรมการเล่นระหว่างคนภายในครอบครัวกว่า 300 กลุ่มตัวอย่างในประเทศจีน เยอรมนีและสหรัฐอเมริกา เพื่อสำรวจมุมมองทางด้านภาวะอารมณ์และแรงผลักดัน จากการเล่นในบริบทต่างๆ รวมถึงเทรนด์การเล่นใหม่ๆ ของผู้คนในอนาคต
แบ่งประเภทของการเล่นออกเป็น 6 รูปแบบ ที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กในด้านต่างๆ ร่วมกับการใช้เวลาอันมีค่าในครอบครัว ได้แก่

เล่นแบบฟรีสไตล์ (‘Free-Style’ Play): เป็นการเล่นที่เกิดขึ้นตามสัญชาตญาณ ไม่มีการวางแผน เช่น การเล่นแสดงบทบาทสมมุติต่างๆ ที่ช่วยทำให้เด็กกล้าแสดงออก กล้าตัดสินใจ และแสดงความเป็นตัวเอง
เล่นแบบสร้าง จำลองสิ่งต่างๆ (‘Build-It’ Play): การฝึกสร้างสิ่งต่างๆ ขึ้นมา เช่น ก่อปราสาททราย หรือตัวต่อเลโก้ที่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการ ความคิดและการแก้ปัญหา นอกจากนี้ยังเป็นการเล่นที่สมาชิกในครอบครัวใช้เวลาเล่นด้วยกันได้
ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบชิ้นส่วนต่างๆ เข้ามาประกอบและสร้างขึ้นมาทีละชิ้นๆ จนเป็นแบบที่สมบูรณ์ด้วยเกมต่อหอคอย รุ่น LATTJO/ลัททิโอ ราคา 499 บาท
เล่นเพื่อเลียนแบบ (‘Mirror-Me’ Play): การเล่นเลียนแบบผู้ใหญ่ของเด็กๆ ทำได้ง่ายๆ เช่น กิจกรรมที่เด็กๆ ช่วยผู้ใหญ่ทำงานบ้าน ทำอาหารหรืออบขนมด้วยกัน นอกจากเด็กจะได้เสริมทักษะการเข้าสังคมและความกล้าแสดงออกแล้ว ผู้ใหญ่ก็ยังมีความสุขที่มีเจ้าตัวเล็กมาคอยสร้างสีสันอีกด้วยสวมบทบาทสมมุติในอาชีพต่างๆ ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นเชฟน้อยเข้าครัวหรือเป็นเถ้าแก่เนี้ยคนเก่ง ด้วยชุดของเล่นทำขนม 7 ชิ้น ซีรีส์ DUKTIG/ดุคติก ราคา 429 บาท และเครื่องคิดเงินของเล่น ราคา 590 บาท
เล่นคลุกฝุ่น (‘Muddy-Boots’ Play): เป็นการเล่นภาคสนาม เช่น ออกไปเล่นซ่อนหา วิ่งไล่จับ ทำให้เด็กๆ ได้สำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัวและเข้าสังคมกับเพื่อนๆ นอกจากนี้ยังสามารถเล่นกับผู้ใหญ่ในครอบครัว เพื่อสร้างความสุข เสียงหัวเราะพร้อมกับออกกำลังกายไปด้วยกันอีกด้วย
เล่นนอกกรอบ (‘Out-of-the-Box’ Play): คือการเล่นโดยอาศัยอารมณ์ศิลปิน เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่จำกัดและไม่มีข้อบังคับ เพื่อช่วยให้เขาได้ค้นพบศักยภาพ พรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ เช่น การร้องเพลง วาดภาพระบายสี

พิ่มอารมณ์ศิลปินให้กับหนูๆ ด้วย กล่องสีน้ำ รุ่น M?LA/มัวล่า กับราคาพิเศษที่ลดลงกว่าเดิมเพียง 209 บาทเพื่อเติมแต่งจินตนาการที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เล่นเป็นแบบแผน (‘Formal’ Play): เป็นการฝึกสมองประลองปัญญา ฝึกการวางแผนด้วยเกมกระดานต่างๆ ที่ทุกคนในครอบครัวเล่นด้วยกันได้ เช่น หมากรุก เกมเศรษฐี เป็นต้น
การศึกษาเรื่องการเล่นครั้งนี้ยังนำไปสู่คำถามที่ว่า เราจะเล่นอะไรกันในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิต และทำให้เกิดข้อสันนิษฐานถึงเทรนด์ที่เป็นไปได้ว่าในอนาคตนับไปอีก 10 ปีข้างหน้า คนเราจะเล่นอะไรกันได้บ้าง ซึ่งมีตั้งแต่การย้อนกลับไปสู่การเล่นแบบเดิมๆ เมื่อทุกคนเริ่มคิดถึงวันเก่าๆ เช่น กลับไปเล่นเกมกระดานแบบที่คุ้นเคย การเล่นที่ไม่จำกัดเพียงในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง เกมรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงทุกระบบประสาทสัมผัสด้วยเทคโนโลยี การติดต่อสื่อสาร เชื่อมโยงกันทางโลกดิจิทัล และยังเป็นไปได้ว่างานบ้านทั่วไปที่เคยเป็นงานอันน่าเบื่ออาจกลายมาเป็นเกมสนุกๆ ของคนยุคใหม่ หรือมีการคิดค้นรูปแบบการเล่นที่กำหนดได้ด้วยตัวเอง และงานฝีมือต่างๆ ที่อาศัยความคิดสร้างสรรค์อาจจะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

Credit https://www.rodchao.info/รถรับจ้างขนของ/